Celebration of birth

Fatawa Subject Information
Title: Celebration of birth
Language: Thai
Iftaa: Muhammad Salih Al-Munajjid
Reviewing: Safi Othman
Short Discription: Some suspicions about the celebration of birth and its response.
Addition Date: 2008-06-19
Short Link: http://IslamHouse.com/153579
Translation of Subject Description: Thai - Arabic - Bengali - Malayalam - Bosnian - Uzbek - Turkish
Detailed Description

คำถาม :

ทำไมบางคนยอมรับงานเฉลิมฉลองสำหรับท่านนบี ส่วนบางคนไม่ยอมรับ? ท่านมีทัศนะอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?

 

คำตอบ :

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ

ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานไม่มีข้อความใดระบุไว้ว่าสมควรที่จะมีการจัดงานเมาลิดหรือการเฉลิมฉลองวันที่ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)เกิด ซึ่งในสมัยของท่านเองท่านก็ไม่ได้กระทำเอาไว้เป็นแบบอย่างหรือแม้กระทั่งสั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดกระทำทั้งในช่วงก่อนหรือหลังที่ท่านอยู่บนโลกนี้ แท้ที่จริงแล้วท่านยังได้บอกพวกเราว่าอย่าได้ทำการใดๆหรือยกย่องท่านให้ใหญ่โตไปกว่าสถานะของท่านดั่งเช่นที่ชาวคริสต์ได้ทำไว้กับท่านนบีอีซา(อะลัยฮิสลาม)  ท่านกล่าวว่า “พวกท่านจงอย่ายกย่องสรรเสริญฉันเกินความเป็นจริง อย่างที่ชาวคริสต์ยกย่องบุตรของมัรฺยัม เพราะฉันเป็นเพียงบ่าวเท่านั้น ดังนั้นจงใช้คำว่า ‘บ่าวของอัลลอฮฺ และรสูลของพระองค์’” (บันทึกโดยบุคอรีย์)  และเท่าที่มีหลักฐานนั้นพบท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม) ได้ทำให้วันเกิดของท่านนั้นเป็นวันแห่งการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ไม่ใช่ทำให้เป็นวันเฉลิมฉลอง ท่านได้สั่งให้มีการถือศีลอดในวันจันทร์ดังที่ในหะดีษกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่ฉันเกิด และเป็นวันที่ฉันได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เผยแผ่ คือได้รับวะฮีย์ครั้งแรก” (บันทึกโดยมุสลิม, อัน-นิสาอีย์ และอบูดาวูด)

ยิ่งไปกว่านั้น เราต่างก็รู้กันว่าบรรดาเศาะหาบะฮฺ(รอฎิยัลลอฮุอันฮุม)นั้นเป็นผู้ที่รักท่านรสูลที่สุด ดังนั้นมีหลักฐานบ้างไหมว่าท่านอบูบักรฺซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดและรักท่านรสูลที่สุดผู้หนึ่งได้กระทำการจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดให้ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)? มีหลักฐานบ้างไหมว่าท่านอุมัรฺ ผู้ซึ่งปกครองอาณาจักรอยู่ 12 ปี และท่านอุษมานได้กระทำ? มีหลักฐานบ้างไหมว่าท่านอะลีย์ซึ่งเป็นญาติและเป็นคนที่ท่านรสูลเลี้ยงดูมาแต่เด็กได้กระทำ? มีหลักฐานบ้างไหมว่ามีเศาะหาบะฮฺสักท่านได้กระทำ? ไม่มีเลย สาบานต่ออัลลอฮฺ!

มันเป็นเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่เห็นถึงความสำคัญของมัน หรือเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่รักท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)จริงกระนั้นหรือ?  แน่นอนว่าไม่มีใครกล้ากล่าวเช่นนั้นนอกจากผู้ที่หลงทางและได้ชักนำผู้อื่นให้หลงทางไปด้วยเท่านั้น

อีกทั้งบรรดาอิมามทั้งหลาย – อบูหะนีฟะฮฺ, มาลิก, อัช-ชาฟิอีย์, อะหฺมัด, อัล-หะสัน อัล-บัสรีย์,  อิบนุ ซีรีน ได้กระทำไว้หรือได้สั่งสอนให้กระทำไว้บ้างไหม หรือได้บอกไหมว่ามันเป็นสิ่งที่ดี? สาบานต่ออัลลอฮฺ ไม่เลย! มันไม่เคยมีปรากฏเลยในยุค 3 ศตวรรษแรกที่ได้ชื่อเป็นยุคดีที่สุด ดังที่ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)ได้กล่าวว่า “มนุษย์ที่ดีที่สุดคือคนที่อยู่ในยุคของฉัน(หรือศตวรรษของฉัน) และต่อมาก็คือคนที่อยู่ในยุคถัดจากพวกเขา และต่อมาก็คือคนที่อยู่ถัดจากพวกเขาอีกที หลักจากนั้นจะเป็นยุคของคนที่ไม่สนใจในคำมั่นสัญญาของเขา…(เขาจะไม่มีความจริงจังต่อสิ่งต่างๆ)” (บันทึกโดยบุคอรีย์, มุสลิมและติรฺมีซีย์)

การเฉลิมฉลองวันเกิดท่านรสูลนั้นที่ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคหลังจากนั้นแล้ว ซึ่งเป็นยุคที่รูปแบบจากศาสนาที่แท้จริงนั้นได้สูญหายไป และเป็นยุคที่บิดอะฮฺกำลังแพร่หลาย

ดังนั้นงานเฉลิมฉลองนี้ได้กลายมาเป็นวิธีการแสดงความรักต่อท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)อย่างหนึ่งกระนั้นหรือ? แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อบรรดาเศาะหาบะฮฺ, บรรดาอิมามและผู้คนในยุค 3 ศตวรรษแรกที่ดีที่สุดได้มองข้ามสิ่งนี้ไป แต่กลับกลายเป็นคนยุคหลังต่างหากที่มองเห็นถึงความสำคัญของมัน?! อันที่จริงแล้วอัลกุรอานได้สอนเราถึงการแสดงความรักต่อท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)อย่างถูกต้องนั่นก็คือการปฏิบัติตามในสิ่งที่เป็นทางนำซึ่งท่านได้นำมาให้กับเรา ดังพระดำรัสของอัลลอฮฺว่า :

«قُلْ إِنْ كُنْتُمْ تُحِبُّونَ اللَّهَ فَاتَّبِعُونِي يُحْبِبْكُمُ اللَّهُ وَيَغْفِرْ لَكُمْ ذُنُوبَكُمْ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَحِيمٌ (٣١) قُلْ أَطِيعُوا اللَّهَ وَالرَّسُولَ فَإِنْ تَوَلَّوْا فَإِنَّ اللَّهَ لا يُحِبُّ الْكَافِرِينَ (٣٢) »  [آل عمران : 31-32]

“จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า หากพวกท่านรักอัลลอฮฺ ก็จงปฏิบัติตามฉัน อัลลอฮฺก็จะทรงรักพวกท่าน และจะทรงอภัยให้แก่พวกท่านซึ่งโทษทั้งหลาย และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงให้อภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า พวกท่านจงเชื่อฟังอัลลอฮฺและรสูลเถิด แต่หากพวกเขาผินหลังให้ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ทรงชอบผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย” [อาละอิมรอน 31-32]

จากในอายะฮฺแรกได้บอกให้เรารู้ว่าความรักนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง แต่สิ่งที่เป็นการยืนยันในความจริงใจนั่นคือการปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)นำมา ส่วนในอายะฮฺต่อมาคือการเน้นย้ำและรับรองถึงความสำคัญและความจำเป็นต่อการเชื่อฟังโอวาทของอัลลอฮฺและรสูล ซึ่งอัลลอฮฺได้จบท้ายอายะฮฺด้วยการเตือนว่าใครก็ตามที่ปฏิเสธโอวาทนั้นก็เปรียบเสมือนเป็นกาฟิรฺ เราขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺช่วยให้เราออกห่างจากสิ่งนั้นด้วยเถิด ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)ได้กล่าวถึงอันตรายของการไม่เชื่อฟังท่าน และการเพิ่มเติมหรือแต่งเติมในสิ่งที่ท่านนำมา ดังเช่นงานเมาลิดหรือการฉลองวันเกิดท่านรสูลก็เช่นกัน มันก็คือสิ่งที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปในศาสนาที่ท่านรสูลนำมา ซึ่งอุละมาอ์ทั้งหมดก็เห็นเช่นนั้น ท่านรสูลได้กล่าวว่า “คำพูดที่ดีคือกิตาบุลลอฮฺ และคำชี้นำที่ดีคือคำชี้นำของมุฮัมมัด ส่วนสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดคือสิ่งที่ถูกอุตริขึ้นมาใหม่(ในศาสนา) และทุกสิ่งที่เป็นบิดอะฮฺ(ในศาสนา)นั้นคือการหลงทาง” (บันทึกโดยมุสลิมและอัน-นิสาอีย์)

เราขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺช่วยคุ้มครองเราให้ห่างไกลจากบิดอะฮฺ และให้ความจำเริญแก่เราโดยการช่วยเราให้เป็นผู้เชื่อฟังและปฏิบัติตาม อัลลอฮุอะลัม ขออัลลอฮฺได้โปรดประทานความจำเริญให้แก่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ของเราด้วยเถิด

Go to the Top