เมื่อมวลมนุษย์ถูกนำมาชุมนุม ณ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮฺ พวกเขาจะประสบกับความทุกข์ที่แสนสาหัส เพราะความวุ่นวายและการยืนที่ยาวนาน พวกเขาต้องการที่จะให้อัลลอฮฺทรงตัดสินพิพากษาโดยเร็ว ดังนั้นพวกเขาจึงไปหาบรรดานบีต่างๆ เพื่อขอให้บรรดานบีช่วยเป็นสื่อกลางขอให้อัลลอฮฺตัดสินพิพากษาระหว่างพวกเขาโดยเร็ว
1.อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
«هَذَا يَوْمُ لا يَنْطِقُونَ، وَلا يُؤْذَنُ لَهُمْ فَيَعْتَذِرُونَ، وَيْلٌ يَوْمَئِذٍ لِلْمُكَذِّبِينَ، هَذَا يَوْمُ الْفَصْلِ جَمَعْنَاكُمْ وَالأوَّلِينَ، فَإِنْ كَانَ لَكُمْ كَيْدٌ فَكِيدُونِ»
ความว่า “นี่คือวันที่พวกเขาจะไม่สามารถพูดออกมาได้ และจะไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาเพื่อแก้ตัว และความหายนะในวันนั้นจงประสบแด่บรรดาผู้ปฏิเสธ นี่คือวันแห่งการตัดสิน เราได้รวมพวกเจ้าไว้กับประชาชาติรุ่นก่อนๆ ดังนั้นพวกเจ้ามีอุบายอันใด ก็จงวางแผนต่อข้าเถิด” (อัลมุรสะลาต อายะฮฺที่ 35-39)
2. จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า แท้จริงท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า
«أَنَا سَيِّدُ النَّاسِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ، وَهَلْ تَدْرُونَ بِمَ ذَاكَ ؟ يَجْمَعُ اللَّهُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ الأَوَّلِينَ وَالآخِرِينَ فِي صَعِيدٍ وَاحِدٍ ، فَيُسْمِعُهُمُ الدَّاعِي ، وَيَنْفُذُهُمُ الْبَصَرُ، وَتَدْنُو الشَّمْسُ فَيَبْلُغُ النَّاسَ مِنَ الْغَمِّ وَالْكَرْبِ مَا لا يُطِيقُونَ ، وَمَا لا يَحْتَمِلُونَ، فَيَقُولُ بَعْضُ النَّاسِ لِبَعْضٍ : أَلاَ تَرَوْنَ مَا أَنْتُمْ فِيهِ ؟ أَلاَ تَرَوْنَ مَا قَدْ بَلَغَكُمْ ؟ أَلاَ تَنْظُرُونَ مَنْ يَشْفَعُ لَكُمْ إِلَى رَبِّكُمْ ؟
فَيَقُولُ بَعْضُ النَّاسِ لِبَعْضٍ : ائْتُوا آدَمَ ، فَيَأْتُونَ آدَمَ ، فَيَقُولُونَ : يَا آدَمُ ، أَنْتَ أَبُو الْبَشَرِ ، خَلَقَكَ اللَّهُ بِيَدِهِ ، وَنَفَخَ فِيكَ مِنْ رُوحِهِ ، وَأَمَرَ الْمَلائِكَةَ فَسَجَدُوا لَكَ ، اشْفَعْ لَنَا إِلَى رَبِّكَ ، أَلاَ تَرَى إِلَى مَا نَحْنُ فِيهِ ؟ أَلاَ تَرَى إِلَى مَا قَدْ بَلَغَنَا ؟
فَيَقُولُ آدَمُ : إِنَّ رَبِّي غَضِبَ الْيَوْمَ غَضَبًا لَمْ يَغْضَبْ قَبْلَهُ مِثْلَهُ ، وَلَنْ يَغْضَبَ بَعْدَهُ مِثْلَهُ ، وَإِنَّهُ نَهَانِي عَنِ الشَّجَرَةِ فَعَصَيْتُهُ نَفْسِي نَفْسِي ، اذْهَبُوا إِلَى غَيْرِي ، فَيَأْتُونَ نُوحًا ،
فإبراهيم،
فموسى،
فعيسى، فيتعذر كل واحد وكلهم يَقُولُونَ: إِنَّ رَبِّي قَدْ غَضِبَ الْيَوْمَ غَضَبًا لَمْ يَغْضَبْ قَبْلَهُ مِثْلَهُ ، وَلَنْ يَغْضَبَ بَعْدَهُ مِثْلَهُ .... نَفْسِي نَفْسِي.
ثم يقول عيسى : اذْهَبُوا إِلَى غَيْرِي ، اذْهَبُوا إِلَى مُحَمَّدٍ ، فَيَأْتُونِّي فَيَقُولُونَ : يَا مُحَمَّدُ ، أَنْتَ رَسُولُ اللَّهِ ، وَخَاتَمُ الأَنْبِيَاءِ ، وَغَفَرَ اللَّهُ لَكَ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِكَ وَمَا تَأَخَّرَ ، اشْفَعْ لَنَا إِلَى رَبِّكَ، أَلاَ تَرَى مَا نَحْنُ فِيهِ ؟ أَلاَ تَرَى مَا قَدْ بَلَغَنَا ؟
فَأَنْطَلِقُ ، فَآتِي تَحْتَ الْعَرْشِ ، فَأَقَعُ سَاجِدًا لِرَبِّي ، ثُمَّ يَفْتَحُ اللَّهُ عَلَيَّ وَيُلْهِمُنِي مِنْ مَحَامِدِهِ ، وَحُسْنِ الثَّنَاءِ عَلَيْهِ شَيْئًا لَمْ يَفْتَحْهُ لأَحَدٍ قَبْلِي ، ثُمَّ يُقَالُ : يَا مُحَمَّدُ ، ارْفَعْ رَأْسَكَ ، سَلْ تُعْطَهْ ، اشْفَعْ تُشَفَّعْ ، فَأَرْفَعُ رَأْسِي ، فَأَقُولُ : يَا رَبِّ ، أُمَّتِي أُمَّتِي.
فَيُقَالُ : يَا مُحَمَّدُ ، أَدْخِلْ الْجَنَّةَ مِنْ أُمَّتِكَ مَنْ لاَ حِسَابَ عَلَيْهِ مِنَ الْبَابُِ الأَيْمَنِ مِنْ أَبْوَابِ الْجَنَّةِ ، وَهُمْ شُرَكَاءُ النَّاسِ فِيمَا سِوَى ذَلِكَ مِنَ الأَبْوَابِ ، وَالَّذِي نَفْسُ مُحَمَّدٍ بِيَدِهِ ، إِنَّ مَا بَيْنَ الْمِصْرَاعَيْنِ مِنْ مَصَارِيعِ الْجَنَّةِ لَكَمَا بَيْنَ مَكَّةَ وَهَجَرٍ ، أَوْ كَمَا بَيْنَ مَكَّةَ وَبُصْرَى» (متفق عليه)
ความว่า “ฉันคือผู้นำมนุษยชาติในวันกิยามะฮฺ พวกท่านทราบหรือเปล่าว่าเป็นเพราะเหตุใด? วันนั้นอัลลอฮฺจะรวมมวลมนุษย์ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงยุคสุดท้ายในสถานที่เดียวกัน ณ ที่นั้นจะได้ยินเสียงเรียกอย่างระงม สายตาจะเพ่งไปยังพวกเขา(ที่ถูกเรียก) ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ศีรษะจนทำให้ทุรนทุรายจนมิอาจรับสภาพได้ ผู้คนต่างพูดจาระหว่างกันว่า ท่านไม่คิดดอกหรือว่าทุกข์ทรมานที่ท่านได้รับนี้จะมีผู้ที่ชะฟาอะฮฺ (ช่วยปลดปล่อย) ณ เบื้องพระพักต์ของพระผู้เป็นเจ้า?
เสียงหนึ่งก็กล่าวว่า เราไปหานบีอาดัมเถิด และกล่าวว่า โอ้ อาดัม ท่านคือบรรพบุรุษซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงสร้างท่านด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง และได้ทรงเป่าวิญญาณสู่ร่างท่านและได้ทรงมีบัญชาให้มวลมลาอิกะฮฺกราบท่านแล้วพวกเขาก็กราบท่าน ขอท่านช่วยหาหนทางปลดปล่อยพวกเรา ณ เบื้องพระพักตร์ของพระองค์เถิด ท่านก็ทราบไม่ใช่หรือว่าพวกเราได้รับความทุกข์ทรมานเพียงใด
นบีอาดัมกล่าวว่า ความจริงในวันนี้อัลลอฮฺทรงพิโรธเหลือเกิน พระองค์มิเคยพิโรธเช่นนี้มาก่อนเลย พระองค์ได้ทรงห้ามมิให้ฉันเข้าใกล้ต้นไม้ต้นหนึ่งแต่ฉันเนรคุณต่อพระองค์ อนิจาฉันมีความผิด พวกท่านจงไปหาคนอื่นเถิด ตัวฉันก็ตัวฉัน ตัวท่านก็ตัวท่าน
พวกเขาก็ไปหานบีนูหฺ นบีอิบรอฮีม นบีมูซา นบีอีซา นบีทุกท่านต่างปฏิเสธที่จะช่วยปลดปล่อย นบีทุกท่านต่างกล่าวว่า ความจริงในวันนี้อัลลอฮฺพิโรธอย่างแสนสาหัสพระองค์มิเคยพิโรธเช่นนี้มาก่อนเลย ตัวฉันก็ตัวฉัน ตัวท่านก็ตัวท่าน
พอถึงนบีอีซา ท่านกล่าวว่า พวกเจ้าจงไปหานบีอื่นจากฉัน จงไปหานบีมุหัหมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เถิด
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เล่าต่อว่า จากนั้นพวกเขาต่างก็เข้าหาฉัน และกล่าวว่า โอ้นบีมุหัมหมัด ท่านคือศาสนาทูตของอัลลอฮฺ เป็นนบีท่านสุดท้าย อัลลอฮฺได้อภัยโทษบาปของท่านทั้งบาปที่ผ่านมาและบาปที่จะเกิดขึ้นภายภาคหน้า ขอท่านจงขอชะฟาอะฮฺ(ไถ่ถอนโทษ)แก่พวกเราต่ออัลลอฮฺ ด้วย ท่านก็ทราบมิใช่หรือว่าพวกเราได้รับความทุกข์ทรมานเพียงใด
จากนั้นฉันจึงมุ่งหน้าไปยังใต้บัลลังค์ ฉันก้มลงกราบพระผู้เป็นเจ้าของฉัน จากนั้นอัลลอฮฺดลใจให้ฉันกล่าวสรรเสริญพระองค์ แซ่ซ้องสดุดีเกียรติต่างๆ อย่างที่ฉันไม่เคยไดัรับดลใจให้กล่าวอย่างนี้มาก่อนเลย จากนั้นมีสุรเสียงว่า 'โอ้มุหัมหมัดจงเงยหน้าขึ้นเถิด จงขอแล้วเจ้าจะถูกตอบรับ จงขอไถ่โทษและเจ้าจะได้ถูกตอบรับ' จากนั้นฉันจึงเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า โอ้พระผู้เป็นเจ้าของฉัน ประชาชาติของฉัน ประชาชาติของฉัน และมีเสียงกล่าวว่า 'โอ้มุหัมหมัดจงนำเอาจากประชาชาติของเจ้าเข้าสวรรค์จากผู้ที่ไม่ถูกสอบสวนใดๆ โดยประตูทางขวาของสวนสวรรค์ นอกจากนี้แล้ว พวกเขาก็ให้เข้าส&






