Islam na dohvat svima - Slogan koji asocira na širenje ispravnog Islama i fikha u vjeri oslanjajući se pri tome na Kur'an i Sunnet uz razumjevanje prijašnjih generacija ovog Ummeta i sve to na desetine jezika
Islam na dohvat svima

Propisi posta - 2
Članci Lična karta
Atačmenti ( 2 )
1.
บทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด (DOC).docบทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด ...
445.5 KB
บทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด (DOC).docDownload: บทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด (DOC).doc
2.
บทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด (PDF).pdfบทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด ...
357.1 KB
บทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด (PDF).pdfDownload: บทบัญญัติต่างๆ เกี่ยวกับการถือศีลอด (PDF).pdf

สาเหตุที่ทำให้ศีลอดเสีย

          1. การกินหรือดื่ม ในช่วงกลางวันของเดือนเราะมะฎอน

            2. มีเพศสัมพันธ์ในช่วงกลางวันของเดือนเราะมะฎอน

            3. น้ำอสุจิหลั่งออกในขณะที่ตื่นอยู่ ไม่ว่าจะด้วยการสัมผัส จูบ สำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นต้น

            4. ฉีดสารอาหารผ่านเข็มฉีดยาเข้าร่างกาย

            สาเหตุข้างต้นนี้ทำให้การถือศีลอดเสียก็ต่อเมื่อทำไปด้วยความตั้งใจ รู้เท่าถึงการณ์ และรำลึกว่าตัวเองถือศีลอดอยู่ 

5. มีรอบเดือนหรือเลือดหลังคลอดบุตร

6. เป็นมุรตัด (หลุดพ้นจากสภาพเป็นมุสลิม)

 

สิ่งที่ทำให้เสียศีลอดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

            1. นำสิ่งของเข้าในร่างกายที่สามารถให้พลังงานและเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย เช่นการกิน ดื่ม และสิ่งที่เทียบเท่ากับการดื่มหรือกิน  รวมทั้งการดื่มหรือรับประทานสิ่งที่เป็นโทษต่อร่างกายเช่น ดื่มเลือด สิ่งมึนเมา เป็นต้น

2. มีสิ่งออกจากร่างกายซึ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เช่น น้ำอสุจิ เลือดประจำเดือน เลือดหลังคลอดบุตร เป็นต้น

 

บทบัญญัติของผู้ที่ได้ยินเสียงอะซานในขณะที่ภาชนะ(อาหารหรือเครื่องดื่ม)ยังอยู่ในมือของเขา

            จากท่านอะนัส เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺได้กล่าวว่า

«إِذَا سَمِعَ أَحَدُكُمْ النِّدَاءَ وَالإِنَاءُ عَلَى يَدِهِ فَلاَ يَضَعْهُ حَتَّى يَقْضِيَ حَاجَتَهُ مِنْهُ»

ความว่า "เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าได้ยินเสียงอะซาน ในขณะที่ภาชนะ(อาหารหรือเครื่องดื่ม)อยู่ในมือของเขา ดังนั้นเขาก็จงอย่าเพิ่งวางมันจนกว่าจะรับประทานมันเสร็จเสียก่อน"  (หะดีษหะสัน เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบู ดาวูด : 2350 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อบี ดาวูด : 2060)

 

ใครก็ตามที่รับประทานอาหาร(สะหูร)โดยมั่นใจว่ายังอยู่ในช่วงกลางคืนอยู่(แสงอรุณยังไม่ขึ้น) แต่ปรากฏว่าเข้าช่วงกลางวันแล้ว(แสงอรุณขึ้นแล้ว) หรือได้รับประทานอาหาร(ละศีลอด)โดยมั่นใจว่าดวงอาทิตย์ได้ตกแล้ว แต่ปรากฏว่าดวงอาทิตย์ยังไม่ตก กรณีนี้ถือว่าการถือศีลอดของเขาใช้ได้และไม่ต้องถือชด

 

สิ่งที่ไม่ได้ทำให้ศีลอดเสียนั้นมีมากมาย ส่วนหนึ่งก็คือ

          - การใช้ผงหรือดินสอที่ทำให้ขอบตาดำ การฉีดยา ยาที่ใช้หยอดในอวัยวะเพศ การเยียวยารักษาบาดแผล การใช้น้ำหอม น้ำมันทาผม ควันไม้หอม การใช้ต้นเทียน(เพื่อทาเล็บหรือเปลี่ยนสีผม)  น้ำยาหยอดตา หู หรือจมูก การอาเจียน การกรอกเลือด การเอาเลือดออก เลือดกำเดา การตกเลือด เลือดที่ไหลออกจากบาดแผล การถอนฟัน มะซีย์(น้ำที่หลั่งเนื่องจากความใคร่ซึ่งไม่ใช่อสุจิ)หรือวะดีย์(น้ำเหนียวที่หลั่งออกมาหลังการถ่ายปัสสาวะซึ่งไม่ใช่อสุจิ)ออก และยาแก้หอบหืด ทั้งหมดนี้ไม่ทำให้เสียศีลอด

- การตรวจเลือด และการฉีดยาหากว่าเพื่อการรักษาไม่ใช่เพื่อฉีดสารอาหารเข้าไปไม่ถือว่าเสียศีลอด แต่ว่าถ้าสามารถกระทำในช่วงกลางคืนได้นั้นย่อมดีกว่า

- อนุญาตให้สตรีรับประทานยาระงับการมีประจำเดือนเพื่อการถือศีลอดหรือหัจญ์เมื่อแพทย์ที่มีประสบการณ์ได้รับรองแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อนาง แต่ทางที่ดีนางไม่ควรใช้

- การล้างไต โดยการเอาเลือดออกจากร่างกาย หลังจากนั้นก็เอาเลือดที่บริสุทธิ์พร้อมๆ กับสารบางชนิดกลับใส่เข้าไปใหม่ กรณีนี้ถือว่าทำให้การถือศีลอดเสีย

- เมื่อผู้ที่ถือศีลอดหลั่งอสุจิด้วยการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง หรือการเล้าโลมภรรยาของตนโดยไม่ได้ร่วมเพศ ถือว่าเขามีความผิดและต้องถือศีลอดชดโดยไม่ต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺ

- ใครก็ตามที่ถือศีลอดในขณะที่เดินทาง และเขาได้มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของตนในช่วงกลางวัน กรณีนี้เขาต้องถือศีลอดชดโดยไม่ต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺ

- ใครก็ตามที่มีเพศสัมพัธ์กับภรรยาของตนในขณะที่เขาไม่ได้เดินทาง เขาต้องถือศีลอดชดพร้อมๆกับต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺและเขายังจะได้รับความผิดหากว่าทำไปโดยเจตนา รู้เท่าถึงการณ์ และมีความจำอยู่ ส่วนหากทำไปเพราะโดนขู่บังคับ ไม่รู้ หรือลืม กรณีนี้การถือศีลอดของเขาถือว่าใช้ได้ ไม่ต้องถือชด และไม่ต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺ และผู้หญิงในกรณีนี้ก็เหมือนกับผู้ชาย

 

กัฟฟาเราะฮฺเนื่องจากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงกลางวันของเดือนเราะมะฎอน

            ปล่อยทาสใหเป็นอิสระหนึ่งคน หากไม่มีก็ให้ถือศีลอดชดสองเดือนติดต่อกัน และหากไม่มีความสามารถอีกก็ให้จ่ายอาหารแก่คนยากจนจำนวนหกสิบคน โดยให้จ่ายอาหารทุกๆ หนึ่งคนจำนวนครึ่งกันตัง(ประมาณหนึ่งกิโลกับอีกสี่ขีด) และหากไม่มีความสามารถอีกการจ่ายกัฟฟาเราะฮฺก็ถือว่าตกไป และกัฟฟาเราะฮฺนั้นไม่เป็นวาญิบนอกจากเพราะการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงกลางวันของเดือนเราะมะฎอนของผู้ที่ต้องถือศีลอดเท่านั้น เมื่อทำไปด้วยเพราะรู้และเจตนา ส่วนผู้ที่ทำไปในขณะที่เขาถือศีลอดสุนัต การถือศีลอดเพราะบนบาน หรือถือศีลอดชด ไม่จำเป็นต้องออกกัฟฟาเราะฮฺแต่อย่างใด

จากท่านอบู ฮุร็อยเระาฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวว่า

«جَاءَ رَجُلٌ إِلَى النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ : هَلَكْتُ يَا رَسُولَ اللَّهِ، قَالَ : وَمَا أَهْلَكَكَ ؟ قَالَ : وَقَعْتُ عَلَى امْرَأَتِي فِي رَمَضَانَ، قَالَ : هَلْ تَجِدُ مَا تُعْتِقُ رَقَبَةً ؟ قَالَ : لاَ، قَالَ : فَهَلْ تَسْتَطِيعُ أَنْ تَصُومَ شَهْرَيْنِ مُتَتَابِعَيْنِ، قَالَ : لاَ، قَالَ : فَهَلْ تَجِدُ مَا تُطْعِمُ سِتِّينَ مِسْكِينًا ؟ قَالَ لاَ، قَالَ : ثُمَّ جَلَسَ فَأُتِيَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بِعَرَقٍ فِيهِ تَمْرٌ، فَقَالَ : تَصَدَّقْ بِهَذَا، قَالَ : أَفْقَرَ مِنَّا ؟ فَمَا بَيْنَ لاَبَتَيْهَا أَهْلُ بَيْتٍ أَحْوَجُ إِلَيْهِ مِنَّا، فَضَحِكَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَتَّى بَدَتْ أَنْيَابُهُ، ثُمَّ قَالَ : اذْهَبْ فَأَطْعِمْهُ أَهْلَكَ»

ความว่า "ได้มีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วได้กล่าวว่า ฉันหายนะแล้ว ท่านเราะสูลุลลอฮฺจึงได้ถามว่า อะไรหรือที่ทำให้ท่านหายนะ? เขาก็ตอบว่า ฉันได้มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของฉันในเดือนเราะมะฎอน ท่านนบีจึงถามว่า ท่านมีทาสเพื่อที่จะปล่อยให้เป็นอิสระไหม? เขาตอบว่า ไม่มี ท่านนบีจึงถามต่ออีกว่า งั้นท่านสามารถถือศีลอดสองเดือนติดต่อกันไหม? เขาตอบว่า ไม่ ท่านนบีจึงถามต่อไปอีกว่า ท่านมีอาหารเพื่อที่จะแจกจ่ายให้คนยากจนไหม ? เขาตอบว่า ไม่มี หลังจากนั้นเขาก็ได้นั่งอยู่ชั่วครู่ก็ได้มีคนนำผลอินทผลัมหนึ่งตะกร้ามอบให้กับท่านนบี ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านจึงกล่าวว่า จงเศาะดะเกาะฮฺด้วยอินทผาลัมนี้  เขาก็กล่าวว่าขึ้นมาว่า ยังจะมีคนที่ยากจนกว่าฉันอีกหรือ? ไม่มีครอบครัวไหนแล้วที่อยู่ระหว่างสองเขา(ของเมืองมะดีนะฮฺ)ที่มีความต้องการมันอย่างยิ่งนอกจากครอบครัวของเรา(คือเขานั่นแหละที่ยากจนที่สุดแล้วในมะดีนะฮฺ) แล้วท่านนบี ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็หัวเราะจนปรากฏเห็นฟันเขี้ยว หลังจากนั้นท่านก็ได้กล่าวว่า  ท่านจงเอามันไปให้ครอบครัวของท่านรับประทานเถิด" (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 1936 และมุสลิม : 1111 สำนวนนี้เป็นรายงานของท่าน)

 

- สิ่งที่ไม่ถือว่าเป็นการขาดตอนสำหรับผู้ที่ต้องถือศีลอดสองเดือนติดต่อกัน คือการละศีลอดในสองวันอีด หรือเพราะเดินทาง หรือเพราะเจ็บไข้ได้ป่วยที่อนุญาตให้ละศีลอดได้ และมีรอบเดือนหรือเลือดหลังคลอดบุตร

- เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาในระยะเวลาสองวันหรือมากกว่านั้นในเดือนเราะมะฎอน เขาจำเป็นต้องออกกัฟฟาเราะฮฺและถือศีลอดชดเท่ากับจำนวนวันที่เขามีเพศสัมพันธ์ และถ้าหากว่าเขามีเพศสัมพันธ์หลายครั้งในวันเดียวกัน ก็ให้ถือว่าเป็นวันเดียวเขาต้องออกเพียงกัฟฟาเราะฮฺเดียวพร้อมกับถือศีลอดชดหนึ่งวัน

- เมื่อผู้เดินทางได้เดินทางกลับในวันที่ภรรยาของเขาสะอาดจากรอบเดือนหรือเลือดหลังคลอดบุตรในช่วงกลางวัน อนุญาตให้เขาสมสู่ภรยาของเขาได้

- สุนัตให้ถือศีลอดชดของเดือนเราะมะฎอนโดยทันทีและติดต่อกัน และเมื่อไม่มีเวลาเหลือมากพอวาญิบต้องถือชดติดต่อกัน และเมื่อถือศีลอดชดของเดือนเราะมะฎอนล่าช้าจนเข้าเดือนเราะมะฎอนใหม่โดยไม่มีอุปสรคแต่ประการใด ถือว่าเขาทำบาปและจำเป็นต้องถือชดต่อ

- อัลลอฮฺได้กำหนดให้ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนแก่ผู้ที่ไม่มีอุปสรรคเนื่องจากการเจ็บป่วยเป็นต้น และกำหนดให้ถือชดสำหรับผู้ที่มีอุปสรรคที่สามารถหายได้เช่นการเดินทาง มีรอบเดือน และเลือดหลังคลอดบุตร และกำหนดให้จ่ายอาหารสำหรับผู้ที่ไม่สามารถถือศีลอดและไม่สามารถือชดได้เช่น คนแก่ชรา เป็นต้น

- ใครก็ตามที่เสียชีวิตในขณะที่เขายังมีศีลอดที่ค้างอยู่ หากว่าเขามีอุปสรรคในการถือศีลอดเนื่องจากเจ็บป่วยเป็นต้น ก็ไม่จำเป็นแก่(วะลีย์)ของเขาที่จะต้องถือศีลอดชดให้กับเขา แต่ถ้าหากว่าเขามีโอกาสถือศีลอดชดแต่เขาไม่ได้ถือจนเขาเสียชีวิตลง กรณีนี้จำเป็นที่วะลีย์ของเขาจะต้องถือศีลอดชดให้กับเขา

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ  ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสลลัม ได้กล่าวว่า

«مَنْ مَاتَ وَعَلَيْهِ صِيَامٌ صَامَ عَنْهُ وَلِيُّهُ»

ความว่า "ใครก็ตามที่เสียชีวิตในขณะที่เขายังมีศีลอดที่ค้างอยู่ ดังนั้นวะลีย์ของเขาจงถือศีลอดแทน" (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 1952 และมุสลิม : 1147)

           

- ใครก็ตามที่ไม่ได้ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน หรือไม่ได้ถือวันใดวันหนึ่งของมันโดยที่เขารู้ เจตนา ไม่ได้ลืม และไม่มีอุปสรรคใดๆ นั้น ไม่มีบัญญัติให้เขาถือศีลอดชดและถือว่าการถือชดใช้ไม่ได้ และถือว่าเขาได้ทำบาปใหญ่ จำเป็นที่จะต้องขออภัยโทษต่อเอกองค์อัลลอฮฺและขออภัยจากพระองค์

            - ใครก็ตามที่เสียชีวิตในขณะที่เขายังมีศีลอด หัจญ์ อิอฺติกาฟ หรืออื่นๆ ที่บนบานค้างอยู่ สุนัตให้ผู้เป็นวะลีย์ นั่นคือผู้ที่มีสิทธิ์รับมรดกจากเขาทำชดแทนเขา และถ้าหากว่าผู้อื่นทำแทนก็ถือว่าใช้ได้เช่นกัน

- ใครก็ตามที่มีเจตนาละศีลอด ถือว่าเขาได้ละศีลอดแล้ว เนื่องการถือศีลอดนั้นมีสองหลักการ นั่นคือการตั้งเจตนาและการละเว้นจากสิ่งที่ทำให้ศีลอดเสีย ดังนั้นเมื่อเขามีเจตนาละศีลอดหลักการแรกก็ถือว่าตกไป เพราะเจตนานั้นคือฐานของการประกอบศาสนกิจ

- ใครก็ตามที่นอนในคืนที่สามสิบของเดือนชะอฺบาน และเขาได้กล่าวว่า หากว่าวันพรุ่งนี้เป็นเดือนเราะมะฎอนฉันก็จะถือศีลอด และแล้วก็ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่หนึ่งของเดือนเราะมะฎอน กรณีเช่นนี้ถือว่าการถือศีลอดของเขาใช้ได้

- การห้ามนั้น หากว่ามันห้ามถึงอิบาดะฮฺหนึ่งถือว่าการปฏิบัตินั้นหะรอมและเป็นโมฆะ เช่นการถือศีลอดในวันอีดทั้งสอง ซึ่งการถือศีลอดในวันนั้นถือว่าหะรอมและเป็นโมฆะ และถ้าหากว่าการห้ามนั้นคือการห้ามคำพูดหรือการกระทำที่เฉพาะเจาะจงกับอิบาดะฮฺใดอิบาดะฮฺหนึ่งแล้ว ถือว่าการปฏิบัติข้อห้ามนั้นทำให้อิบาดะฮฺนั้นเป็นโมฆะ เช่นห้ามกินสำหรับผู้ที่ถือศีลอด(เมื่อเขากินการถือศีลอดก็เป็นโมฆะ) และถ้าหากว่าการห้ามนั้นเป็นการห้ามโดยทั่วไปโดยไม่เจาะจงเฉพาะอิบาดะฮฺนั้นๆ หรืออื่นๆ ด้วย ถือว่าการปฏิบัติข้อห้ามนั้นไม่ได้ทำให้อิบาดะฮฺนั้นๆ เป็นโมฆะ เช่นการนินทา(ซึ่งมันถูกห้ามโดยทั่วไปอยู่แล้ว)สำหรับผู้ที่ถือศีลอด มันเป็นสิ่งที่หะรอมแต่ว่ามันไม่ได้ทำให้ศีลอดเสีย และในอิบาดะฮฺอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน

Zajednički linkovi
  1. Naše usluge Ramazan ( Srodni linkovi ) - ( Tajlandski )